...ฮัดชิ้ว~!!

"พี่เต็ม...ฮัดชิ้ว~ มาเร็วๆ นะ...อื้อออ~ เร็วๆ ละกันฮะ...ฮัดชิ้ว~! รักโอเค...มั้ง...ไม่น่าเปียก...ฮัดชิ้ว~! เลย...ย่าห์~"

ณ โรงอาหาร หลังกิจกรรมทั้งหมดในวันนั้นจบลง
 
เด็กหนุ่มร่างโปร่งสูงผู้สวมเสื้อนักเรียนปักตราโรงเรียนลูกบาศก์ เส้นผมสีน้ำตาลยังชื้นหมาดพอกับกางเกงนักเรียนยาวคลุมเข่า เนื่องด้วย 'อุบัติเหตุ' บางอย่าง...กำลังเดินทำหน้ามุ่ยพลางคุยกับคนในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงติดอู้อี้
 
ยินเสียงอีกฝ่ายตอบกลับมาระรัวเร็ว จากนั้น "อื้อออ~ รักก็ว่าต้องไม่สบายแน่เลย พี่เต็ม...ฮัดชิ้ว~! เบื่อผมยาวว่ะ...ผมรักแห้งช้าอ้ะ...ฮัดชิ้ว~!"

ช่วงที่เด็กหนุ่มคุยโทรศัพท์พลางจามไปด้วย อยู่ๆ ก็มีแรงสะกิดเบาจากด้านหลัง และเมื่อหันไปดูจึงพบกับชายหนุ่มตัวสูงโย่ง ผมดำยาวมัดเป็นหางม้าเรียบร้อย ดวงตาเรียวชี้เฉียงใต้แว่นตาสีชา (?) นั้นจ้องหน้าคนอายุน้อยกว่าพลางเอ่ยถามเรียบสั้น หาก ด้วยสำเนียงสุภาพ

"เอ่อ...น้องมีอะไรให้พี่ช่วยไหม" ถามจบก็ใช้สายตากวาดมองเด็กรุ่นน้องตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกรอบ อาจทั้งต้องการสำรวจความเสียหาย (?) และด้วยนึกห่วงคนที่ทำท่าจะไม่สบายด้วยล่ะกระมัง?

ว่าแต่ หน้าคุ้นๆ แบบนี้ พี่คนนี้เขาเป็น...บุคลากร?

หรือ คุณครู?

"พี่เต็ม เดี๋ยวคุยกันนะฮะ" พูดเร็วพรืดแล้วเด็กหนุ่มหน้าคมหวานเลยตัดสินใจกดวางสายโทรศัพท์ พลางหันมายกมือสวัสดีอีกฝ่ายอย่างไม่มีลังเล

"สวัสดีฮะ อ่าาา~ พี่เป็นบุคลากรรึเปล่าฮะ?" เห็นการแต่งตัวของคนตรงหน้าแล้วจะมองว่าเป็นคุณครูคงได้ แต่...คุณครูที่ไหน ผมยาว แถมยังใส่แว่นสีชาในโรงเรียนแบบนี้ล่ะฮะ? (รักเอ๋ยยย~ ไม่รู้อะไรซะแล้ว~) *โดนตบ

"ครับ พี่เป็นบุคลากร ให้ช่วยอะไรไหม" พอได้ฟังถ้อยถามกึ่งคาดเดาของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง ชายผมยาวเลยคลี่ยิ้มอ่อนโยนพลางตอบรับ แล้วย้ำคำถามตอนต้นไปอีกครั้ง ก่อนจะได้รับยิ้มน้อยเจือความสุภาพกลับคืนพร้อมการตอบรับเชิงอธิบาย...

"ขอบคุณฮะ พอดีเกิดอุบัติเหตุตอนทำกิจกรรมผมเลยเปียกทั้งตัว หัวด้วย" หยุดไปครู่หนึ่งเพื่อใช้ปลายนิ้วสางเส้นผมชื้นหมาดอย่างแอบขัดใจ "ที่จริงผมมีเสื้อมาเปลี่ยนน่ะฮะ แต่กางเกงกับเส้นผมนี่...ไม่มีเปลี่ยนจริงๆ" เพราะไม่แน่ใจว่ากิริยาของตนดูไม่สุภาพต่อคนตรงหน้าหรือไม่ เจ้าตัวเลยแอบหยอดมุกเล็กน้อยพลางคลายปมคิ้วที่ออกขมวดกันยุ่งไปนิด

...ก็รักไม่ชอบให้ผมเปียกนี่ฮะ *ถอนหายใจพรืด & ปาดปาก 1 ทีถ้วน~!

"พี่เองก็ไม่มีสำรองซะด้วย" อีกฝ่ายหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนเสริมขึ้นมาช้าๆ เมื่อความทรงจำทำให้นึกออก... "แต่ที่ห้องมีผ้าขนหนูอยู่ จะไปกับพี่หรือให้พี่เอามาให้ดี"

"อ่าาา~ พี่...รบกวนรึเปล่าฮะ?" เพราะคาดไม่ถึงว่าคนที่เรียกตัวเองเป็นบุคลากรโรงเรียนจะ 'ใจดี' ขนาดนี้ เด็กหนุ่มหน้าคมหวานเลยเผลอนิ่งไปครู่ แล้วจึงเอ่ยถ้อยถามออกมาอีกครั้งด้วยทีท่า น้ำเสียงติดเกรงใจ

"ว่าแต่ ไม่ทราบว่าห้องพี่อยู่ตรงไหนเหรอฮะ?" ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ เพราะเขาพออ่านคนออกในระดับหนึ่ง ผู้ชายคนนี้นอกจากไว้ใจได้แล้วยังมีทีท่าอ่อนโยน สุภาพ แถมยังใส่ใจคนอื่นพอสมควร แต่ที่ต้องถามเรื่องห้อง...เพราะเขาไม่กล้า เอ้ย~! ไม่สามารถไปไหนๆ โดยไม่รู้สถานที่ซึ่งตัวเองต้องไปก่อนได้น่ะสิ...

"ข้างๆ โรงอาหารนี่เอง เดินแปบเดียวก็ถึงล่ะ" พูดเพียงเท่านั้นแล้วชายหนุ่มเลยทำท่าจะเริ่มออกเดิน แต่แล้ว เขากลับชะงักฝีเท้าพลางหันหน้ามารอคำตอบจากคนอายุน้อยกว่า นั่นทำให้เด็กหนุ่มต้องหยุดคิดแล้วตัดสินใจ...ยิ้มกว้างขึ้นอีกหน่อย

"ขอบคุณฮะ" กิริยาของอายุมากกว่ายิ่งยืนยันในสิ่งที่คิด

...พี่คนนี้ต้องเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นพอสมควรทีเดียว เพราะงั้น ถ้าเขาเดินตามไปด้วยคงไม่เป็นไรแหละ~

เวลาต่อมา ณ ห้องถ่ายเอกสาร

ชายหนุ่มตัวสูงผู้เดินนำรุ่นน้องเข้ามาในห้องกำลังก้มลงค้นกระเป๋ากีฬาที่วางอยู่มุมหนึ่ง จนเมื่อเจอแล้วจึงหันไปส่งผืนผ้าหนาสะอาดพลางพูดเสียงเรียบแต่ใจดี "ของพี่เอง เพิ่งซักเมื่อวัน - สองวันมานี่ล่ะ"

"ขอบคุณฮะ" ยกมือไหว้อีกฝ่ายแล้วรับผ้าผืนนุ่มมาเช็ดเส้นผมหมาดชื้นอีกรอบอย่างยินดี  ทว่า "ฮัดชิ้ว~! สะ สงสัยจะเป็นหวัดจริงๆ แล้วฮะ"

เพราะแอบรู้สึกเสียหน้านิดนึง เด็กหนุ่มเลยแสร้งยกผ้าขึ้นเช็ดผมให้ส่วนหนึ่งบดบังใบหน้าพลางพูดเปลี่ยนเรื่องทันควัน "พี่ทำงานร้านถ่ายเอกสารเหรอ? งั้นผมจะมาใช้บริการบ่อยๆ นะฮะ"

เงียบไปอีกครู่ แล้วเด็กหนุ่มเลยละมือออกเอาผ้าพาดบ่าพลางส่งยิ้มผูกมิตร ก่อนจะแนะนำตัวด้วยประโยคอันคุ้นชินติดปาก... "อ่าาา~ ผมชื่อรัก ณัฐปกรณ์ พิรุณธา เป็นลูกครึ่งไทย - เกาหลีเลยมีชื่อเกาหลีว่า อีชางซอนฮะ แต่พี่เรียกผมว่ารักก็ได้นะฮะ"

"พี่ชื่อกล้า แกล้วกล้า อนันตกาล พนักงานถ่ายเอกสาร...น้องรักเอาทิชชูด้วยไหม" ไม่รู้ว่าคนฟังจะรู้สึกขำกับการแนะนำตัวยาวเหยียด เต็มยศ ของหนุ่มรุ่นน้องหรือไม่ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา
 
ซ้ำพอจบประโยคชายหนุ่มหน้านิ่งยังเริ่มต้นมองหาม้วนทิชชู่แล้วหยิบมาวางที่โต๊ะใกล้ๆ พลางเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้นั่ง เลยจัดแจงเอาเก้าอี้มาวางสำหรับตัวเองและหนุ่มรุ่นน้อง "นั่งก่อนก็ได้นะ น้องรัก"

"ขอบคุณฮะ พี่กล้า...ผมเรียกพี่ว่าพี่กล้าได้ใช่ไหมฮะ?" ด้วยบุคลิกพูดน้อยแต่ใจดีของพี่กล้าทำให้ณัฐปกรณ์ค่อยยิ้มกว้าง แล้วเลยยิ่งรู้สึก 'โชคดี' ที่ได้เข้ามาเป็นนักเรียนของโรงเรียนลูกบาศก์

...ก็โรงเรียนนี้มีแต่คนดีๆ ทั้งนั้นเลยนี่ฮะ~!

"จะว่าไป ตอนทำกิจกรรมกันผมไม่เห็นพี่กล้าเลย พี่กล้าอยู่ที่ห้องถ่ายเอกสารตลอดเหรอฮะ?" หลังนิ่งกันไปอีกครู่ ณัฐปกรณ์จึงเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาพลางแอบกวาดสายตามองรอบข้างด้วยความสนอกสนใจ

...ห้องถ่ายเอกสารจัดเป็นระเบียบ เรียบร้อย แถมกระดาษน้อยกว่าที่คิดอีก ไม่เห็นเหมือนห้องถ่ายเอกสารที่โรงเรียนเก่าของเขาเลยแฮะ~!

"เอกสารในห้องยังน้อยอยู่เลย ปกติช่วงเปิดเทอมห้องรกกว่านี้รึเปล่าฮะ พี่กล้า?" เพราะเป็นเด็กช่างซักถามเป็นทุนเดิม เจ้าตัวเลยไม่ลังเลที่จะเอ่ยออกไปตามใจคิด ก่อนเสริมเผื่อคนฟังไม่เข้าใจการเปิดประเด็นนี้ของเขา
 
"ถ้าเป็นโรงเรียนเก่าของผม ห้องถ่ายเอกสารนี่ต้องรก ต้องยุ่งตลอดเวลาเลยฮะ แถมพี่คนถ่ายยังเอะอะ เสียงดัง...เวลาไปถ่ายเอกสารที นึกว่าอยู่ถ้ำกับคุณหมี ฮ่ะๆๆ"

คำพูดของหนุ่มรุ่นน้องพาให้พี่กล้าต้องยกยิ้มข้างมุมปาก ก่อนตอบกลับไปค่อนข้างยาวกว่าปกติ "รกแน่นอนครับ ช่วงที่ดูวุ่นวายที่สุดก็ตอนพักเที่ยงของทุกวัน และโดยเฉพาะช่วงใกล้ส่งงาน ใกล้สอบ เรียกได้ว่ามีงานทำทั้งวันเลยแหละครับ...แต่ตอนเช้า กับก่อนกลับบ้าน พี่จะจัดให้เรียบร้อยก่อนนะ"

"วาาา~ (อุทานแบบเกาหลี) พี่กล้าเจ๋งนะฮะ! กองเอกสารเยอะขนาดนั้นแล้วยังจัดให้เรียบร้อยได้ สุดยอดฮะ!" ยิ้มกว้างพลางชูนิ้วโป้งให้อีกฝ่าย เพราะถ้าเป็นตัวเองยังไม่รู้เลยว่าจะเก็บกวาด จัดทุกกองกระดาษได้ไหวรึเปล่า ไหนต้องเรียบเรียงเนื้อหาที่แทบไม่ซ้ำกันให้เป็นระเบียบ แยกหมวดหมู่การวางเพื่อเวลาหาไม่สับสน ปนเปไปกับเอกสารซึ่งไม่เกี่ยวข้อง...และอื่นๆ อีกมาย~!!

"มะ ไม่หรอกครับ" แต่ดูเหมือนคนฟังไม่คิดว่าตัวเอง 'เจ๋ง' หรือ 'สุดยอด' เพราะนอกจากสีหน้าที่เรียบนิ่งกว่าปกติแล้ว ชายหนุ่มยังดูพยายามเก๊กขรึม...จนณัฐปกรณ์ต้องกลั้นยิ้มก่อนตัดสินใจเปลี่ยนบทสนทนาไป

"เสียดายที่วันนี้พี่กล้าไม่ได้แวะไปดู ผมว่ารุ่น 4 เป็นรุ่นที่วุ่นวายมากๆ เลยล่ะฮะ" พยักหน้ายืนยันหนักแน่น แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องที่ประสบมาในวันนี้ให้พี่กล้าฟังทันที ตั้งแต่...

"ตอนต่อจิ๊กซอว์ ผมอยู่ห้องสีส้ม (ปาดปากเบาๆ ทำท่าคิด) ก็ไม่อะไรเท่าไหร่หรอกฮะ เออ~ ลืมบอกไป ห้องสีส้มมีผม พี่ออกัส บีน กัญ แล้วก็เอพริลฮะ" แล้วจึงเสริมข้อมูลให้คนฟังนึกภาพออกมากขึ้น

"แหะ~! พอดีผมชอบเรียกคนอายุมากกว่าว่าพี่น่ะฮะ แต่เฉพาะผู้ชายนะ เพราะผู้หญิงเค้าไม่ค่อยชอบให้ผมเรียกพี่เท่าไหร่ อ่าาา~ ต่อนะฮะ...สมาชิกในห้องส้มทั้งหมด มี...บีน เธอเป็นผู้หญิงตัวอวบ ผมยาว ดูเรียบร้อยแล้วก็น่ารักมาก แถมยังใจดี มีช๊อคโกแล๊ตมาแจกเพื่อนทุกคนเลย" พูดพลางหยุดยิ้มกว้างด้วย

ความชอบและชื่นชมในตัวสาวซึ่งตัวเองกำลังพูดถึง

"บีนเค้ามีความรู้ ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเครื่องบินมาก เพราะคุณพ่อทำงานเกี่ยวกับสายการบินน่ะฮะ...ส่วนกัญ คนนี้เป็นสาวไทยแต่ไปอยู่ญี่ปุ่นค่อนข้างนาน เลยทำให้กัญพูดไทยติดสำเนียงญี่ปุ่น...ไม่ถือว่าเพี้ยนมากหรอกนะฮะ อ่าาา~ แต่เหมือนบางครั้งกัญจะแอบนึกคำไทยไม่ออก ผมเลยกะว่าถ้าได้เรียนห้องเดียวกัน คงพยายามช่วยเธอเรื่องนี้แหละฮะ"

หยุดไปครู่เพื่อสังเกตกิริยาว่าพี่กล้าฟังทันหรือมีความสนใจเรื่องที่เขาพูดอยู่รึเปล่า และเมื่อเห็นอาการอีกฝ่ายว่ายังตั้งใจที่จะฟัง ณัฐปกรณ์เลยยิ้มน้อยๆ ก่อนเอ่ยประโยคต่อไปด้วยสีหน้าหลากใจ "คนต่อมา เอพริล อ่าาา~ เธอคนนี้แอบเป็นสาววายล่ะมั้งฮะ ฮ่ะๆ" หัวเราะแห้งแล้วหันมาถามพี่กล้า "พี่กล้ารู้จักคำว่า 'วาย' ใช่ไหมฮะ?"

"ก็พอเคยได้ยิน แต่พี่ไม่รู้จักจริงๆ หรอกครับ" พอพี่กล้าตอบกลับมาแบบนี้ เด็กหนุ่มหน้าเกาหลีเลยต้องกลั้นยิ้ม แล้วเลยตัดสินใจละจากหัวข้อนี้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกประดักประเดิดกับเรื่องซึ่งตนไม่เข้าใจ

"ฮะ...แต่จริงๆ เอพริลเค้าเป็นคนดีนะฮะ (*คิดในใจ แค่อาจแปลกไปสักนิดนึง แล้วก็ช่างจินตนาการ (เรื่องหนุ่มๆ) ตามประสาสาววายนั่นแหละ =_=") แล้วก็พี่ออกัส อืมมม~ พี่ออกัสนิสัยดีนะ ดูใจเย็น แต่ร่าเริง ชอบเล่นบาสเหมือนผม...เสียแต่ขี้แกล้ง ขี้อำชะมัด~!"
 
"อยู่ๆ จะมาชวนเล่าเรื่องผีตอนกำลังต่อจิ๊กซอว์กันซะงั้น! แล้วเอพริลกับกัญเค้าเหมือนมีท่าทีอยากคุยเรื่องนี้ด้วยนะฮะ...อ่าาา~ ที่จริงกะ ก็แค่เรื่องไร้สาระนะฮะ แหะๆ"พอนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรเปิดเผยข้อมูลที่ออกจะ อ่าาา~ น่าอาย เจ้าตัวเลยเผลอตะกุกตะกักพลางหยุดชะงักนิดหนึ่ง ก่อนพยายามเก็บอาการ ทำเหมือน 'ไม่อะไร' กับเรื่องผี
 
...แต่กลับรีบเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "วันนี้กินข้าวเที่ยงไปเยอะเลยฮะ เพราะอาหารที่โรงเรียนอร่อย หน้าตาน่ากิน ถูกใจผมมากฮะพี่กล้า ฮ่ะๆ"

ดูเหมือนพี่กล้าไม่รู้สึกอะไรกับการเปลี่ยนเรื่องอย่างกระทันหันของหนุ่มรุ่นน้อง เพราะนอกจากการพยักหน้าเห็นด้วยแล้ว เขายังเอ่ยแนะนำอีกฝ่ายถึงอาหารที่ตนชอบ "อื้ม โดยเฉพาะข้าวผัด พี่พยายามหาโอกาสไปกินประจำเลย" แต่หลังจากนั้น พี่กล้ากลับหยุดทำหน้าคิดแล้วตัดสินใจถามณัฐปกรณ์ออกไป

"...พี่ขอถามได้ไหม เอ่อ 'วาย' มันมีความหมายว่าอะไรเหรอครับ น้องรัก"

ในที่สุด คำถามซึ่งพยายามเลี่ยงก็กลับมาหาเขาอีกจนได้! นั่นทำให้เด็กหนุ่มหน้าเกาหลีเผลอหลุดขำน้อยๆ หาก รีบเก็บอาการได้ทันควันเช่นกัน

"คือ...วาย มาจากภาษาญี่ปุ่น Yaoi ฮะ" อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น พลางสะกดคำว่า 'ยาโอย' เป็นภาษาอังกฤษเผื่อพี่กล้าจะเข้าใจ ทว่า

"...ครับ ยาโอย ที่ว่าแปลว่าอะไรเหรอครับ" ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มผู้เคยได้ยินแต่ไม่เข้าใจคำว่า 'วาย' กลับทำหน้างงนิดๆ พลางเอ่ยตั้งคำถามลึกลงจนณัฐปกรณ์เริ่มเขิน แต่ต้องพยายามเก็บอาการพลางพูดย้ำความหมายด้วยน้ำเสียงเบาลง...

"อ่าาา~ ยาโอย หรือวาย แปลว่า เรื่องราวของผู้ชายที่ชอบหรือรักผู้ชายด้วยกันน่ะฮะ...อารมณ์ประมาณเกย์นั่นแหละ แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าผู้ชายที่แปลงเพศ...กะเทย เค้าเรียกว่าวายหรือยาโอยด้วยรึเปล่า"

หลังจบคำพูดทั้งห้องเลยตกอยู่ในความเงียบงัน...จนกระทั่ง พี่กล้าทำท่าขยับตัวเปลี่ยนท่าการนั่งพลางเอ่ยปากรับคำสั้นๆ "อื้ม เข้าใจบ้างแล้วครับ"
 
นิ่งกันไปอีกครู่ จากนั้น... "กิจกรรมเลิกแล้วใช่ไหมครับ แล้วน้องรักจะกลับบ้านยังไง พ่อแม่มารับเหรอ"

"ละ เลิกแล้วฮะ เดี๋ยวรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าจะมารับน่ะฮะ...เออ~! ผมยังไม่ได้เล่าเลย เรื่องในห้องอาหาร" พอได้โอกาสเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เด็กหนุ่มเลยยิ้มกว้างพลางเอ่ยเล่าเรื่องต่อไปทันที

"ผมเจอเพื่อนคนอื่นด้วยล่ะฮะ พี่กล้า รู้สึกวันนี้ผอ.ท่านจะแบ่งนักเรียนใหม่ออกเป็นห้องสี นอกจากห้องส้มของพวกผมแล้วยังมีพวกห้องฟ้า...โมรา คนนี้น่ารักฮะ ท่าทางขี้อายนิดๆ แล้วก็เฟิร์น เธอเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย ดูเด็กเรียน แล้วก็ออกจะจริงจังไปสักหน่อย" หยุดไปครู่ด้วยอดนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งในโรงเรียนเก่าไม่ได้

ระหว่างสองสาวนี้ ใครจะ 'เครียด' กว่ากันหว่า?

"...พี่ตงกับพี่แสง สองคนนี้ค่อนข้างนิ่งขรึม เป็นผู้ใหญ่ฮะ แต่ไปๆ มาๆ พี่ตงเค้าแอบใจร้อน ขี้โวยวายเหมือนกันนะฮะ ส่วนพี่แสงจะพูดน้อย เก็บอาการมากกว่า" พูดไปก็แอบยิ้มอย่างขำๆ ด้วยนึกถึงเหตุการณ์ตอนพี่ตงโดนพี่ออกัส 'แหย่'

ไม่รู้จะสงสารใครดีเลยแฮะ~!

"ส่วนห้องเขียว มีน้ำน่าน สาวน้อยร่าเริง แอคทีฟ แต่...อ่าาาา~ เดี๋ยวผมเล่าอีกทีแล้วกันนะฮะ เพราะน้ำน่านเค้ามีรายละเอียดและ 'วีรกรรม' ค่อนข้างเยอะน่ะฮะ" พูดพลางแอบอมยิ้มด้วยความขำเจือระอาใน 'วีรกรรม' ของสาวน้อยคนที่ว่า!!

"...ปั้นทราย คนนี้ผมเจอก่อนเปิดเทอมฮะ เธอนิสัยน่ารัก ร่าเริง แถมยังสดใสเอามากๆ เลย (ยิ้มกว้าง) ส่วนจอก ผู้ชายในรุ่นคนเดียวที่อายุน้อยกว่าผม (แอบขำ) เป็นคนตัวสูง นิ่งๆ ขี้อายนะฮะ อ้อออ~ แล้วก็พี่ก๊อก คนนี้ไม่ได้เข้ากิจกรรมห้องสีเพราะติดธุระด่วยฮะ พี่เค้าตัวเล็กๆ ขี้อาย แต่ก็..."
 
ไม่รู้จะเอ่ยอธิบายยังไงกับอาการที่พี่ออกัสไปแหย่พี่ก๊อก แล้วโดนอีกฝ่ายโวยกลับด้วยกิริยา อาการหน้าแดงจัดๆ (อันนี้พี่ออกัสเล่าให้ฟังตอนหลังฮะ~!) เลยตัดสินใจเบนเรื่องไปอีกครั้ง

"ช่วงตอนกินข้าวไม่ค่อยมีอะไรนะฮะ พี่กล้า นอกจากตอนที่บีนเผลอตัดอาหารไปลงจานพี่แสง แล้วพี่แสงเลยตักอาหารกลับใส่จานให้ แต่...บีนกลับเอาอาหารชิ้นที่ว่าใส่ทิชชู่ เตรียมทิ้ง...เล่นเอาพี่แสงกับพวกผมถึงกับนิ่งไปเลยครับ (แอบยิ้มขำ แววตาวาวประกายสนุกเล็กๆ)
 
"พอถามบีนเลยบอกว่าพี่ชายสอนมาว่าไม่ควรรับประทานอาหารร่วมกับผู้ชายแปลกหน้า ฮ่ะๆๆ บีนนี่...น่ารักสุดยอดเลยฮะ~!" หยุดหัวเราะเบาๆ อยู่อีกครู่ แล้วณัฐปกรณ์เลยเล่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นด้วยสีหน้าสนุกเต็มที่ "หลังจากนั้น พวกผมนั่งสังเกตการณ์ว่าบีนกับพี่แสงจะทำยังไงต่อ
 
"อย่างที่บอกไปน่ะฮะพี่กล้า ว่าพี่แสงเค้าค่อนข้างขรึม จริงจัง แล้วก็พูดน้อย ทีนี้บีนเห็นพี่แสงหน้าบึ้งๆ เลยถามไปว่าพี่แสงโกรธรึเปล่า พี่แสงก็ตอบว่าไม่โกรธ แต่พอบีนขอให้ยิ้มกลับไม่ยอม...คือ พี่แสงคงไม่อยากยิ้มหรืออะไรเท่าไหร่มั้งครับ แต่เจ้าตัวเค้าไม่ได้โกรธอะไรนะ...
 
"ผมพอเข้าใจอารมณ์พี่แสงแหละ แต่บีนเค้าไม่เข้าใจเหมือนผมมั้งฮะ เลยพยายามพูดให้พี่แสงยิ้ม แต่พี่แสงก็ไม่ยอมยิ้มซะที" พูดถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มเลยต้องกลั้นหัวเราะอีกครั้ง
 
"...ฮะ สุดท้าย บีนหยิบเอาแท่งช๊อคโกแล๊ตที่คุณพ่อชอบเอามาฝาก แต่ตัวบีนเค้าไม่ชอบช๊อคโกแล๊ตเลยแจกเพื่อนหมด...นั่นแหละฮะ~! บีนหยิบช๊อคโกแล๊ตมายื่นให้พี่แสง แล้วบอกว่าเป็นการไถ่โทษที่ตัวเองทำให้โกรธ ฮ่ะๆๆ บีนน่ะ...น่ารัก น่าเอ็นดูจริงๆ นะฮะ"

เอ่ยมาถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าเลยพักการเล่าครู่หนึ่ง พลางเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่มาเช็ดบริเวณจมูกที่เริ่มเรื่อแดง
 
นั่นทำให้พี่กล้านึกขึ้นได้ถึงคำถามซึ่งคาใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกับหนุ่มรุ่นน้อง "จะว่าไป เราไปเปียกซะขนาดนี้ได้ไง เกิดอะไรขึ้นเหรอน้องรัก"

"อ๋อออ~ นั่นก็ 'วีรกรรม' ของน้ำน่านบวกกับเฟิร์นนิดๆ แหละฮะ" คำถามของพี่กล้าทำให้เด็กหนุ่มเผลอยิ้มแหย จากนั้น เจ้าตัวจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเหมือนเรื่องที่จะเล่าต่อไป มัน...น่าสะพรึงมาก!!

"...ตอนเฟิร์นกับน้ำน่านไปห้องน้ำด้วยกัน น้ำน่านทำยังไงไม่รู้ให้ก๊อกมันหลุดออกมา แล้วสองสาวเค้าโวยวายเสียงดังมาถึงห้องน้ำชาย ผมกับพี่ตงเลยวิ่งไปดู

แล้วต่อมาก็มีพี่ออกัส ปั้นทราย เอพริลที่ตามมา...แต่เอพริลกัลปั้นทรายอยู่หน้าห้องน้ำ เลยไม่โดนอะไรเหมือนพวกผมที่เหลือฮะ" หยุดกลืนน้ำลายอึกหนึ่งแล้วเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เบาลง

"ช่วงที่ก๊อกน้ำแตก ทั้งผม น้ำน่าน พี่ตง พี่ออกัสพยายามช่วยกันอุดก๊อกลงไปฮะ ชุลมุนน่าดู...จนเอพริลบอกให้ก้มลงปิดวาล์วน้ำ พี่ออกัสกับผมเลยช่วยกันพยายามปิด แต่วาล์วมันฝืด แน่นมากเลย!" เริ่มทำหน้าสะพรึงนิดๆ
 
"จนสุดท้าย เฟิร์นเดินมาช่วย แล้ว...ห้องน้ำมันลื่น น้ำเจิ่งนองไปหมด ทีนี้ เฟิร์นก็ลื่นไปปัดมือทุกคน..." หยุดมองหน้าพี่กล้า ต่างอ่านส่ายตาแอบสะพรึงของกันและกันออกเบาๆ
 
"...ผมเดาเอานะฮะ เพราะไม่ได้เงยหน้ามอง แต่คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น แล้วพอเฟิร์นลื่นไปปัดมือทุกคนออก เธอก็ล้มลงทับพี่ออกัส ส่วนผมตกใจที่น้ำระเบิดพุ่งกระจายไปทั้งห้อง เลยพยายามลุกขึ้น...แต่ดันไปชนเข้ากับน้ำน่าน พี่ตง จนล้มไปที่พื้นเป็นกองโดมิโนเลยฮะ"

หยุดกลืนน้ำลายพลางทำหน้าสยองปนไม่ชอบใจนิดหนึ่ง "แล้วพี่แสงก็เข้ามาเพราะได้ยินเสียงโวยวาย แบบว่า เท่ห์มากเลยฮะ! พี่แสงเดินฝ่ากลางกองโดมิโนกับระเบิดน้ำพุแล้วก้มลงปิดวาล์วให้จนได้ แต่ถึงตอนนั้นทุกคนก็เปียกด้วย เจ็บตัวด้วย...
 
"โดยเฉพาะพี่ตง นอกจากจะเปียกชุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ตอนล้มหัวยังไปกระแทกกับอ่างล้างหน้าอีก แล้วพี่ออกัสเค้าดันขี้เล่น แซวเก่งไปหน่อย...พี่ตงเกือบระเบิดลงแน่ะฮะ...ฮัดชิ้ว~!!"

เพิ่งพูดจบ ไม่รู้ด้วยแรงสะพรึงหรืออะไรทำให้เด็กหนุ่มหลุดจามออกมาอีกครั้ง นั่นทำให้พี่กล้าต้องหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยออกมาด้วยความขำ "ยุ่งกันน่าดูเลยนะ...อ้าว! แล้วน้องรักจะเป็นหวัดไหมเนี่ย กินยากันไว้ก่อนดีไหม ห้องพยาบาลน่าจะมียาอยู่บ้าง"

หะ ห้องพยาบาล? "มะ ไม่ฮะ! ไม่ไปห้องพยาบาลดีกว่า ผมไม่เป็นไรจริงๆ" แสร้งพยักหน้ายืนยัน หนักแน่น พลางส่งยิ้มกว้างให้คนอายุมากกว่า แต่ใจจริงของณัฐปกรณ์...ไม่อยากไป (ลอง) เจอพี่หมอกั๊ซ (เว้ย) ฮะ~!!

"ไม่เป็นไรจริงๆ นะ งั้นไม่ไปก็ไม่ไป" พอเห็นอีกฝ่ายปฏิเสธจริงจังแบบนั้น พี่กล้าเลยยอมตามใจหนุ่มรุ่นน้อง แต่ก็ยังอดทำสีหน้าเป็นห่วงอยู่หน่อยไม่ได้

"เออ~ ว่าแต่...พี่กล้าเข้ามาทำงานที่นี่ได้ยังไงเหรอฮะ?" พอเห็นสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยนัก ณัฐปกรณ์จึงแสร้งทำเป็นยิ้มแย้มพลางพูดเปลี่ยนเรื่อง...รอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วไม่รู้!

"อ้อ! ก็ตอนนั้นเป็นช่วงที่พี่ตกงาน ผ่านมาเจอที่นี่เขาเปิดรับบุคลากร ลองเข้ามาสมัครดู แล้วก็มาได้ตำแหน่งนี้ล่ะ" ทว่า เพราะความเป็นคนพูดน้อย พี่กล้าจึงเล่าเหตุการณ์ที่เขามาทำงานที่โรงเรียนนี้อย่างรวบรัด...จนคนอายุน้อยกว่าเผลออึ้งไปครู่!

"อ่าาาา~ แล้วมีเหตุการณ์อะไรที่น่าประทับใจบ้างไหมฮะพี่กล้า?" ไม่เอาน่า~ พี่กล้าต้องมีความประทับใจอะไรมาเล่าให้ฟังบ้างแหละ ลองถามย้ำอีกทีแล้วกัน...

"อืม ก็มีก่อนช่วงเข้ามาทำงานนะ" พอพี่กล้าทำท่าจะเริ่มต้น สีหน้า แววตาของณัฐปกรณ์เลยพราวระรื่น กระตือรือร้นขึ้นมาทันตาเห็น~!

"ตอนนั้นพี่กำลังจะกลับบ้าน แล้วได้ยินเสียงคนร้องจากในโรงเรียนน่ะ พี่ก็เข้ามาดู แล้วเจอเด็กผู้หญิงสองคนกับเด็กชายอีกคนหนึ่ง รุ่นราวคราวเดียวกัน คนที่ร้องเป็นเด็กผู้หญิง เธอบอกว่าเห็นผีอยู่ข้างหลังเด็กผู้ชาย..."
 
เล่ามาถึงตรงนี้พี่กล้าก็หยุดมองหน้าคนฟังนิดหนึ่ง แล้วเลยได้เห็นกิริยาชะงักงันกับรอยไหววูบในดวงตาคู่สีน้ำตาล...สีเลือดที่เผือดหายไปจากใบหน้า

"...แต่เธอบอกว่า เธอเข้าใจผิด" จบประประโยคสั้นๆ แต่อ่อนโยน คนนั่งนิ่งเกร็งเลยเผลอถอนหายใจเบาพลางมีสีหน้า แววตาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"พอพี่เห็นอย่างนั้นเลยว่าจะกลับ แต่เด็กผู้หญิงอีกคนที่เงียบมาสักพักทักไว้ พี่ก็กะว่าจะรออยู่พร้อมเด็กกลุ่มนี้...แล้วเด็กผู้ชายชื่อ ธูป น่ะ บอกว่ามีธุระต้องไปทำ เด็กผู้หญิงที่ร้องเสียงดัง เอ่อ หยิน อยากไปด้วย สุดท้ายทุกคนจึงไปรอธูปทำธุระด้วยกันทั้งหมด" หยุดไปครู่แล้วเอ่ยต่อไปช้าๆ ปนอาการย้อนคิด
 
"ตอนที่พี่นั่งรอธูป เด็กอีกคน...เทียน กลับสะดุ้งแล้ววิ่งไปทางตึกที่ธูปเข้าไปทำธุระ พี่เองก็ตกใจไปด้วย จะเรียกห้ามเธอไว้ แต่..." อยู่ๆ สีหน้าของคนอายุมากกว่าพลันออกอาการอึดอัดน้อยๆ จนคนที่นั่งฟังเพลินต้องเบิกตาโตพลางถามเสียงดังขึ้นนิดหนึ่ง

"ฮะ?"

"...แต่อยู่ๆ ธูปก็ร้องเสียงดังมาจากทางที่เทียน เอ่อ วิ่งไปนะ พี่เลยพยายามวิ่งไปตามเสียงของธูป แล้วพี่ก็เจอเขาอยู่ในห้องโสตฯ กับขโมยอีก...สองคน
 
"หยินที่ตามพี่มาทำให้พวกมันรู้ตัว แล้วมีพวกขโมยอีกคนมาจากที่ไหนไม่รู้...พี่เลยโดนตีจนสลบ" คำพูดของพี่กล้าทำให้ณัฐปกรณ์ยิ่งเบิกตากว้างกว่าเดิม ท่าทางเด็กหนุ่มทั้งตื่นเต้นและ 'อิน' ไปกับเรื่องที่ได้ฟังเป็นอย่างมาก

"พี่ฟื้นอีกทีตอนที่เราสามคนโดนมัดไว้ เผอิญว่ามีมีดพกอยู่ในกระเป๋าใช้ตัดเชือกที่มัดอยู่ได้ พอตัดเชือกเสร็จพวกพี่ก็ช่วยกันสู้กับโจรที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง เอ้อ ห้องที่ถูกขังไว้มีพวกไม้ถูพื้นกับไม้กวาดน่ะ เลยเอามาใช้กัน"

"สู้เหรอฮะ?" อีกครั้งที่เด็กหนุ่มเลผอแทรกคำด้วยน้ำเสียงสูง เจือทั้งความประหลาดใจและทึ่งจัด "สู้ยังไงบ้างฮะ?"

"ก็...ใช้พวกคาราเต้น่ะ พี่พอจะเป็นอยู่บ้าง มันเป็นศิลปะป้องกันตัวนี่น้า" พี่กล้าพูดเสียงเรียบ นิ่ง หาก คนฟังกลับทำเสียงอุทานพลางร้องถามออกมาด้วยความทึ่งจัดๆ อีกครั้ง

"วาาาา~ คาราเต้เหรอฮะ?"

"อื้ม คาราเต้ แต่พี่ค่อยเก่งเท่าไหร่หรอกนะ" พูดพลางยิ้มแห้งๆ แล้วคนอายุมากกว่าจึงเผลอหลบตาหนุ่มรุ่นน้องนิดหนึ่ง ยิ่งเห็นสีหน้า แววตาแบบนั้นแล้วเขายิ่ง...เขิน

ก็ไม่ค่อยถูกใครชมเท่าไหร่ ส่วนน้องรักนั้นมีการแสดงออกที่เปิดเผย จริงใจ...เหมือนเด็ก มันทำให้อดประหม่านิดๆ ไม่ได้แฮะ

"แล้วไงต่อฮะ?" ถามพลางพยายามระงับอาการตื่นเต้นของตนลง แต่สายตาที่มองยังบ่งบอกความชื่นชมอยู่ไม่คลาย พี่กล้า...โคตรเท่ห์เลยอ้ะ~!

"...ตอนนั้นพวกพี่ช่วยกันคิดว่าโจรคนอื่นไปอยู่ที่ไหนกัน พอคิดได้เลยขึ้นไปดูที่ห้องผอ. เผื่อพวกนั้นอยากได้เงินน่ะนะ แล้วที่ห้องผอ. มีโจรอยู่จริง เลยวางแผนกันให้โจรออกมา...
 
"โจรมี 2 คน คนหนึ่งมีปืนด้วย พี่ว่าจะสู้คนเดียว แต่เด็ก 2 คนกล้าหาญมาก ยันยืนว่าขอสู้ด้วย" ท่าทางพี่กล้ากลับมาเป็นปกติ มิหนำซ้ำ เมื่อเอ่ยถึงเหตุการณ์ครั้งอดีตชายหนุ่มยังอดยิ้มน้อยๆ พลางอดทำสายตาเหม่อรำลึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ได้

""พี่ตกลงจัดการกับคนมีปืน ส่วนอีกคนธูปกับหยินช่วยกันรุม...เทียนช่วยพี่เปิดหน้าต่างน่ะ ทำให้ปืนของโจรร่วงลงจากหน้าต่างไป แล้วโจรคนที่พี่สู้ด้วยเขาควักมีดออกมา พี่เลยได้แผลมาบ้าง แต่ปลดมีดออกได้เลยทำให้เขาสลบไป
 
"จากนั้น พี่ก็ไปช่วยธูปกับหยินที่จัดการกับโจรอีกคน แล้วพอเรื่องทุกอย่างจบ...พี่ก็หลับจนเช้าเลย" พูดถึงตรงนี้พี่กล้าจึงเผลอหัวเราะเบาๆ ด้วยนึกขำตัวเองไม่น้อย "จนตำรวจมา ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน...นั่นแหละครับ"

"วาาาา~" ด้วยความประทับใจจนถึงที่สุด เด็กหนุ่มหน้าคมหวานเลยตบมือซะเสียงดัง...ด้วยความลืมตัว แต่พอนึกได้ (บวกเห็นอาการชะงัก อึ้งของพี่กล้า) เจ้าตัวเลยยิ้มแหย หน้าแดง หาก สายตาที่มองอีกฝ่ายกลับเปี่ยมไปด้วยความทึ่ง ชื่นชมจัดๆ
 
และหลังจากนิ่งกันไปอีกครู่ณัฐปกรณ์จึงถามคนที่นั่งหน้าแดงพอกันด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นมากขึ้น "ขอโทษฮะ พี่กล้า แหะๆๆ รักเว่อร์ไปหน่อย...ว่าแต่ พี่กล้าเข้ามาอยู่ที่โรงเรียนลูกบาศก์กี่ปีแล้วนะฮะ?"

"อ้อ ประมาณสามปีได้ครับ" พออีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง คนอายุมากกว่าถึงกลับมาพูดเสียงเรียบ พลางพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนที่บรรยากาศในการคุยจะเข้าสู่ช่วงสบายๆ เหมือนเดิม

"สามปี นานเหมือนกันนะฮะ" พูดพลางพยักหน้าหงึกๆ แล้วเลยอดถามถึงรุ่นพี่ที่จบไปแล้วด้วยความสนอกสนใจไม่ได้... "พวกรุ่นพี่ที่จบไปแล้วเป็นยังไงบ้างฮะพี่กล้า? ดูต่างจากรุ่นนี้กับรุ่นที่แล้วมากไหมฮะ?"

คนถูกถามทำท่านิ่งคิดสักพัก พลันชายหนุ่มจึงระบายยิ้มน้อยพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ "พี่ว่าไม่ต่างนะ ทั้งรุ่นนี้และรุ่นแรกดูร่าเริง สดใสดี หลายๆ คนในรุ่นมีทั้งเข้ากันได้ ทั้งไม่ถูกกัน...ทั้งคนที่ก่อเรื่อง จากที่เล่าให้ฟัง รุ่นน้องรักคงจะมีคนก่อเรื่องเกิดขึ้นมาบ้าง"
 
พูดพลางสบตากับหนุ่มรุ่นน้อง แล้วต่างฝ่ายจึงอมยิ้มขำๆ ด้วยความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน "...แต่ทุกคนก็ทำให้โรงเรียนเป็นโรงเรียน สนุกและน่าอยู่ที่ควรเป็นน่ะ"

พูดจบพี่กล้าจึงพยักหน้าให้ตัวเองก่อนหันไปส่งยิ้มให้คนอายุน้อยกว่าอีกครั้ง แล้วเลยได้รับยิ้มกว้างๆ ร่าเริงกับถ้อยคำสนับสนุน...จริงใจ "นั่นสิฮะ! โรงเรียนนี้...ดีมากเลย! ถึงเพิ่งเข้ามาไม่กี่ครั้ง แต่รักก็ชอบโรงเรียนลูกบาศก์มากนะฮะ~!!"

"อื้ม ถ้าได้อยู่ไปนานๆ ต้องเปลี่ยนจาก 'ชอบ' เป็น 'รัก' แน่ๆ" คนฟังยิ้มอ่อนโยนด้วยนึกเอ็นดูถ้อยคำที่เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาไม่น้อย เห็นแบบนั้นแล้วณัฐปกรณ์ก็ยิ่งยิ้มกว้าง ตาพราว แต่แล้ว เด็กหนุ่มหน้าเกาหลีจึงนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่คาใจและยังไม่ได้ถามพี่กล้า...

"เออ~! พี่กล้า...ทำงานถ่ายเอกสารคนเดียวจริงดิฮะ? อย่างงี้ไม่หัวหมุนแย่เหรอ? เพราะนักเรียนในโรงเรียนกับคุณครูก็มีไม่น้อยนะฮะ" ถามพลางแอบมองไปรอบห้องด้วยสายตาหวั่นนิดๆ ให้เขาอยู่คนเดียวในห้องนี้อ้ะเหรอ...ไม่มีทาง!
 
ห้องสี่เหลี่ยมถึงไม่แคบมาก หาก ใช่ว่าจะกว้างขวางอะไร แถมยังเต็มไปด้วยกองกระดาษเอกสารมากมาย...

อูยยย~ พี่กล้าโคตรเก่งเลย ให้ตายดิ~!!

"ก็มีบ้างล่ะนะ พี่ถึงได้ต้องจัดห้องให้เป็นระเบียบเสมอ จะได้ไม่งงเอง" ไม่รู้ว่าพี่กล้าเห็นกิริยาแปลกๆ ของรักหรือไม่ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมานอกจากการยิ้มน้อยเป็นปกติ

"อย่างงี้พี่กล้าไม่หาคนมาช่วยบ้างเหรอฮะ?"

"อืมม พี่ทำคนเดียวก็พอรับมือได้นะ...น้องรักสนใจมาช่วยตอนช่วงที่ยุ่งไหมล่ะ" คนอายุมากกว่าถามแหย่กลับเล่นๆ แต่คนฟังน่ะ...มันเอาจริง! เลยตอบกลับมาด้วยแววตาพราวระยับพร้อมน้ำเสียงระรื่น เริงร่า

"ฮ่ะๆ ได้ฮะ~ ถ้าวันไหนยุ่งมากพี่กล้าส่งสัญญาณ SOS เลย รักจะมาช่วยฮะ เพราะงั้น รักฝากตัวด้วยเลย พี่กล้า"

ยินเสียงพี่กล้าตอบรับสั้นๆ ยิ้มๆ ตามสไตล์...แต่แล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขัดขึ้นกลับทำให้บทสนทนาของพวกเขาต้องยุติลงชั่วคราว... "ขอโทษนะฮะ พี่กล้า...ฮะ? พี่เต็ม"

หลังรับโทรศัพท์จาก Lolipop เครื่องสีฟ้าอยู่ครู่ ณัฐปกรณ์จึงวางสายพลางหันกลับมาเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม "พี่กล้าทานอะไรรึยังฮะ?...พอดีรักว่าจะเดินกลับไปโรงอาหาร ไปด้วยกันไหมฮะ?" พูดพลางแอบยิ้มอ้อนนิดๆ และโชคดีที่คนอายุมากกว่านั้นตอบรับคำร้องของเขาแต่โดยดี

"พี่ว่าจะไปกินข้าวที่นั่นอยู่เหมือนกัน งั้นไปกันเถอะ"

"ฮะ" หลังจากนั้น ณัฐปกรณ์จึงเดินออกไปรอพี่กล้าที่หน้าห้อง แล้วก็อดมุ่นคิ้วนิดๆ ไม่ได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินตามออกมา พลางทำเพียงงับประตูตามหลังแผ่วเบา "ไม่ต้องล๊อคเหรอฮะ พี่กล้า?"

"ไม่ครับ เผื่อใครจะเอางานมาฝาก อีกอย่างที่นี่ไม่มีขโมยหรอก" คำตอบยิ้มๆ นั้นทำให้ณัฐปกรณ์ต้องพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนออกเดินไปกับคนอายุมากกว่าสู่โรงอาหารอันเป็นสถานที่แรกซึ่งตนเองพบอีกฝ่าย

แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง...

"ฮะ? รักอยู่ที่โรงอาหารแล้ว...พี่เต็มจะเดินมารับเหรอ? งั้นรอหน้าโรงอาหารเถอะฮะ เดี๋ยวรักออกไป" พูดจบเด็กหนุ่มหน้าคมหวานจึงปิดฝาพับโทรศัพท์พลางหันมายิ้มกว้างให้คนอายุมากกว่าที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง ก่อนยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยท่าทีเคารพ จริงใจ
 
"ขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องวันนี้นะฮะ พี่กล้า กลับไปรักจะรีบกินยาฮะ...ถ้ายังไง ครั้งหน้ารักอาจต้องขอรบกวนด้วยอีกหลายครั้งเลยนะฮะ"

"ยินดีให้รบกวนเสมอเลยล่ะ พี่ก็ต้องขอบใจที่น้องรักมาเล่าเรื่องหลายๆ เรื่องให้ฟัง พี่สนุกมากครับ" ยิ้มให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องอีกครั้ง พลางเอ่ยเสริมไปด้วยน้ำเสียงใจดี "วันหลังมาเล่าเรื่องอะไรสนุกๆ ให้พี่ฟังอีกละกัน น้องรัก"

" ได้เลยฮะ~!" ณัฐปกรณ์ตอบรับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นแล้วยกมือไหว้พี่กล้าเป็นการส่งท้าย "พี่กล้าสวัสดีฮะ แล้วเจอกันตอนโรงเรียนเปิดเทอมนะฮะ~"

"ครับ แล้วเจอกัน..."
.
.
.
.
.
.
.

สรุปเรื่องค่ะ

- รักเดินไปโรงอาหารหลังจบกิจกรรมทั้งหมด หัว (ผม) ยังชื้น รักคุยโทรศัพท์อยู่กับ พี่เต็ม รุ่นพี่ซี้สนิทในกลุ่ม (จากโรงเรียนเก่า)
- รักจามเสียงดัง พี่กล้าที่เดินมาจะรับประทานอาหารเลยเข้ามา แสดงตัวช่วยเหลือ แล้วพาน้องไปที่ห้องถ่ายเอกสาร
- ถึงห้องถ่ายเอกสาร รับผ้ามาเช็ดผมก่อนคุยกันเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้
- รักเล่าเรื่องห้องสี กับโรงอาหาร พี่กล้าแทรกถามเรื่องวาย กระอักกระอ่วนกันเล็กน้อย
- ถามพี่กล้าเรื่องมาสมัครป็นบุคลากรในโรงเรียน เจออะไรน่าประทับใจบ้าง พี่กล้าเลยเล่าเรื่องตอนจับขโมยกับพี่ๆ รุ่น 1 ให้น้องฟัง
- รักประทับใจเรื่องที่ได้ยิน และทึ่งมากที่พี่กล้าเล่นคาราเต้ แถมยังใช้เพื่อปกป้องเด็กๆ ในโรงเรียน จึงให้ความสนิทสนมอย่างรวดเร็ว (เรียกแทนตัวว่า รัก)
- พี่กล้าเขินเล็กน้อย และหลังจากเล่าเรื่องจบ รักจึงเสนอตัวมาช่วยทำงานบ้างเวลาอีกฝ่ายงานยุ่งๆ พี่กล้าตอบตกลง
- พี่เต็มโทรมาอีกที บอกว่าใกล้ถึงโรงเรียนแล้ว รักเลยหันไปชวนพี่กล้าเดินกลับโรงอาหาร
- ถึงโรงอาหาร พี่เต็มโทรบอกว่าจะเดินมารับข้างหน้า รักเอ่ยร่ำลากับพี่กล้า ต่างคนต่างประทับใจกันมาก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ต้องขอขอบคุณพี่โยจริงๆค่ะ ที่เอานายกล้าของเรามาเขียนcry

เราชอบหลายๆสำนวนของพี่โยนะคะ อ่านแล้วลื่นดีค่ะ
น้องรักน่ารักจริงๆค่ะ
ทำให้เห็นหลายๆมุมของทั้งน้องรักและพี่กล้าด้วย

ปล.อาจจะมีบางจุดที่ยังพิมพ์ตกอยู่ ลองตรวจทานอีกทีนะค่ะbig smile

#1 By Natsuho on 2011-04-17 22:24

เฮ้~! โคตรเจ๋งอ้ะพี่โย คือจะว่าไงดีหว่า?

คือพี่โยมีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจอ้ะ เป็นการรวบรัดแบบผ่านการคุยกับใครอีกคนเงี้ย

((แม้บางทีจะเหมือนเป็นการพูดคนเดียว)) แต่มันเจ๋งโคตรๆอ้ะ

ใบเตยปลื้มมมมมม อ่านแล้วลื่นโฮกกกกกกกกกกกกกกกก >[]<

#2 By ~ คุณใบเตย ~ on 2011-04-17 22:38

ได้เห็นฟิคที่มีพี่กล้าอย่างจริงจังแล้ว!


รักนี่โมเอ้จริง ๆ
สรุปว่าพิมชอบตอนพี่กล้าเล่าเรื่องพี่ที่สุดล่ะ
555+

#3 By ::ValLaKU:: on 2011-04-18 03:26

confused smile confused smile confused smile confused smile

สุดยดอะพี่โย!!! รักมันคุยเก่งจริงๆ

confused smile

เล่าเรื่องได้เจ๋งมากอะพี่

#4 By Jork-Sarikal - CS 5413 on 2011-04-18 07:07

Hot! Hot! Hot! Hot!

อ่านลื่น อ่านเพลินไปเลยล่ะครับเนี่ย..

555+

สวัสดียามเช้าครับผม^^
*ไม่น่าหลงอ่านเนื้อเรื่องซะนานเลย รู้งี้เลื่อนลงมาอ่านสรุปเลยดีก่า =3=


มาเร็วๆ นะ...อื้อออ~ เร็วๆ *กระอัก
อะะไรเนี่ยยย!! ชั้นเห็นอะไร คิดอะไรลงไป!!*ทึ้งหัวตัวเอง กรี๊ดดดด คิดอะไรลงไป๊!!
เหมือนสายตามันพล่าเลือนให้มองเห้นแค่นี้จริงๆ TT^TT

อ่านจากตอนนี้แล้วหลานรักเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีจริงๆนะคะ แบบ..อื้อหือ น่ารักได้อีก!!!
แต่แอบคิดว่าน้องรักซื่อแบบนี้ เล่าให้พี่เขาฟังซะหมด....ถ้าเจอโจรอาจจะโดนหลอกได้ง่ายๆนะ...
ส่วนตอนที่เล่าเรื่องว่า เพื่อนๆจะเล่าเรื่องผีกัน ฮามากเลยค่ะ แบบ หลานเอ้ยยตอนที่หนูตะกุกตะกักกระอักกระอ่วมใจจะพูดออกมา น้าเห็นภาพหมดเลยลูก!!

ส่วนตอนที่พี่กล้า...ถามเรื่องวาย พี่คะ!! หนูจิ้นเรื่องใหม่ขึ้นมาไปต่อไหนถึงไหนแล้ว!!
แบบพี่แค่ถามหลานรักแบบถามไปเรื่อยๆถาพที่คิดในหัวคือพี่เดินต้อนหลานรักไปจนตัวติดเครื่องปริ้น...*โขกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ\\ปาดเหงื่อ...

ส่วนหลานรักน่ารักค่ะแบบ ตอนที่บอกว่าพวกแปลงแล้วนับรึเปล่า เห็นภาพน้องส่งสายตาแบบสงสัยและไม่แน่ใจเลยจริงๆ

แล้วก็็ฮาตอนที่พี่กล้าแอบหวั่นไหว กับสายตาชื่นชมของน้อง (ฮ่าาาา)

และตกใจมากค่ะ ตอนที่อ่านเจอ พี่กล้าเจ๋งนะฮะ! ประโยคนี้ ในใจมันกลับออกเสียงว่า พี่เก๋งจ้า....*เอาหัวโชกโต๊ะ แบบตกใจมากอ่านตั้งสามสี่รอบแหนะกว่าจะอ่านออกเสียงในใจถูก ฮาาาาาาาาา

ชอบตอนที่พี่กล้าแกเริ่มเล่าเรื่องตอนที่ก่อนมาทำงาน(?)ค่ะ เริ่มมาเหมือนหนังผี เห็นภาพหน้าหลานถอดสีเลยค่ะแบบ ฮ่าาาา กลัวอ่ะดิ๊!!~

ส่วนพี่เต็ม....พี่เต็มคะ!! มารความรักแรกพบน้องกล้าหลานรักของเค้ามาก!! เหมือนรู้เลยว่าคนเขากำลังมีใจ *เพ้อเจ้อ

ชอบความสัมพันธ์นะคะตรงที่พี่กล้าเข้ามาช่วยเหลือน้องรักแล้วก็คุยกัน
คิดถึงเวลาไปไหนแล้วเจอคนช่วยแล้วเจอคนอัธยาศัยดี แบบคนที่เค้าพูดเก่ง คุยสนุกแบหลานรัก ชวนเราคุย จนหลายครั้งก็ได้กลายมาเป็นคนสนิทกันแบบไม่น่าเชื่อได้ *พรหมลิขิตบันดาลชักพา~

สุดท้าย สะใจตอนที่พี่กล้าบอกให้น้องไปห้องพยาบาล เอาจริงๆถ้ายืนอยู่ตรงนั้นคงฮาจนโดนน้องรักจับทุ่มคว่ำ (ขนาดไม่ได้ไปยืนตรงนั้นยังฮาซะน้องหันมามอง)

ขอบคุณนะคะที่แบ่งปันภาพความทรงจำดีๆองน้องรักให้ได้อ่านกัน รอบทความ(?)ความทรงจำหลานรัก(ของเก๊า)บทอื่นๆนะคะ <3
ขอบคุณค่าาาา~

#6 By meejang on 2011-04-23 20:25

มาเอาเม้นต์ 7

#7 By meejang on 2011-04-23 20:32

และเม้นต์สามีค่า~~~

#8 By meejang on 2011-04-23 20:32

อีjoon View my profile

Favourites