หมายเหตุ : เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีความรุนแรงและไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
 
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน และเรื่องทั้งหมดที่คุณอ่านมาจาก 'จินตนาการ'
 
'ไม่ใช่เรื่องจริง' ไม่สมควร 'เลียนแบบ' ...ด้วยประการทั้งปวง ขอบคุณค่ะ


 
[ เวลา 8 โมงเช้า ร้าน They Dreammer ฝั่งซ้าย ]

[ โหมด คยอบูกีเล่าเรื่อง ]

ย้ายมาอยู่ใน Venles District ได้หลายวันแล้ว โย่ววว~

ยังเหม็นกลิ่นสีอยู่เลย และพวกสัตว์ที่พามาก็คงไม่ชอบเท่าไหร่ Damn! ช่วยไม่ได้ นอกจากจะหาผ้ามาปิดจมูก 'เด็ก' พวกนั้นไว้ก่อน บางตัวก็น่ารัก ยอมให้เอาผ้าปิดไว้แต่โดยดี แต่กับอีกหลายๆ ตัวเนี่ยสิ...

เด็กแร้ง เด็กเม่น เด็กหมูป่า เด็กลูกแร่ด...แร่ดน่ะ! ที่เป็นคำสรรพนาม ไม่ใช่กิริยา โว๊ะ~ *ทำหน้าเถื่อน ปากห้อย สถุลสุดๆ* <<< โคตรเท่ห์ นี่แหละ~ เด็กฮิพเกาหลี Cool Man~ Yo!

เจ้าพวกนี้ยอมนิ่งให้เอาผ้ามาปิดได้ไม่ทันถึงนาที หันไปอีกที...Fcuk! แดกผ้าไปทำหอกอะไรวะครับ? เดี๋ยวก็โดนจับผ่าท้องหรอก เด็กซนเอ๊ย~ *หัวเราะ เอื้อมมือไปตบกบาลแม่ง...อ้าวๆ ทำแยกเขี้ยว คิดว่ากลัวเหรอวะ? <<< ตีลังกาถอยหลัง ไม่ได้กลัว...แค่ปลอดภัยไว้ก่อน~

วันนี้ผ่านไปอย่างค่อนข้างสงบ แต่ไม่เงียบ! แน่ล่ะ~ เมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนเพิ่งรับเด็กเข้ามาอีก 4 ตัว...เสือสาวหางกุด 1 ชิมแพนซีหูขาด 1 ส่วนอีก 2 เป็นพี่น้องปิรันย่า Shit! ขนาดปิรันย่า ไอ้พวกเศษมนุษย์กากเดนยังคิดจะล่าเอามาเล่น สารเลวชิบ!!

โคตรอยากรู้ ถ้าวันนึงจับเอาพวกแม่งไปขังรวมในน้ำเย็นๆ แล้วล่า...เอาเบ็ดเกี่ยวปาก ดึงขึ้นมา ทุบหัวให้พอมึน แล้วลงมีดเฉือนอวัยวะ จิ้มกับซอสทำเอง แดกแม่งต่อหน้า...สีหน้าพวกแม่งตอนนั้น จะ 'น่าสนุก' ขนาดไหน?

ในเมื่อพวกมึงทำเหมือนชีวิตสัตว์มันไร้ค่า ก็ทำไม...กูจะทำกับพวกมึงให้ยิ่งกว่าไม่ได้วะ? *ชูนิ้วกลาง*

พอๆ Stop~ เลิกเครียด So serious ดีกว่า~ โย่ววว~ เดี๋ยวเด็กๆ จะกลัว (รังสีอำมหิต) แล้วพลอยหนีไปสร้างความสนุก เอ้ย! วุ่นวายให้คนอื่น...*เสียบหูฟัง เปิดเพลงฮิพร็อคหนักๆ* Yo! ได้เวลาดูสภาพบาดแผลของเด็กมาใหม่ทั้ง 4 ตัวแล้ว

[ โหมดบรรยาย ]

ร่างแกร่งสูงในชุดเสื้อกล้ามเหลืองจัด กับกางเกงตัวใหญ่ ขาจั๊มพ์เข่าสีแดงเข้ม ช่างเข้ากับสีผมของเจ้าตัวอย่างน่ากลัวดีนัก~ ใบหน้าคมเข้มถูกปิดบังด้วยผ้าคาดปากดำลายฮิพสีแสบตา มือข้างหนึ่งยังง่วนอยู่กับการเย็บแผลฉีกรุ่งริ่ง บริเวณอันเคยเป็นใบหูของเจ้าลิงชิมแพนซี ซึ่งยามนี้สลบไสลด้วยฤทธิ์ยา จวบจนเสร็จสิ้นภารกิจชายหนุ่มเลยละจากเตียงผ่าตัด แล้วเดินต่อไปยังกรงซึ่งภายในมีร่างของเสือสาวนางหนึ่งนอนขดหมอบอยู่

นางเสือนัยน์ตาอำพันพอรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวด้านหน้า จึงเงยขึ้นสบกับดวงตาที่ข้างซ้ายเป็นสีม่วงเข้ม หาก ข้างขวากลับเป็นเขียวน้ำทะเล พลางแยกเขี้ยวคำรามเบาๆ ใส่สิ่งมีชีวิตผู้มีรูปลักษณ์แปลกประหลาดเสียเหลือเกิน...

"ชู่วววว~ ไม่เป็นไรๆ ก็บอกแล้วไงว่าอยู่ที่นี่ปลอดภัย เชื่อใจกันหน่อยน่า มาดาม ~ อยู่กันมาสามอาทิตย์แล้วนะ?" น้ำเสียงที่ปกติจะเจือความกวนประสาท หรือบางครั้งก็ออกเถื่อนสถุล ไม่รื่นหู

ทว่า ณ เวลานี้ ทั้งคำพูด กิริยา อาการทุกอย่างกลับทอดลงอ่อนโยน ให้ความรู้สึกทั้งปลอบประโลม แต่จริงใจ หนักแน่น...ดวงตาอันจ้องสบกันหาได้เคลื่อนห่างออกไป กระทั่ง ครู่ใหญ่ๆ นักล่าแสนสวยเลยค่อยคลายความแข็งกร้าว แล้วหมอบคู้ลงซบกับขาหน้าสองข้าง ยินยอมให้ฝ่ามือสากกระด้าง อบอุ่นด้วยเลือดเนื้อ ไล้สัมผัสผ่านศีรษะมาจนถึงสีข้าง

"มาดาม~ บ้านเก่ากลับไม่ได้แล้วนะ ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ ล่ะ...เอาน่า~ อย่าทำตาดุแบบนั้น ถ้ากลิ่นสีหายไปที่นี่ก็น่าอยู่เว้ย! เดี๋ยวลองดูให้ว่ามีมนุษย์คนไหนน่ารัก เหมาะกับจะเอามาดามไปฝากเลี้ยง...ไม่อยากไปเหรอ? ฮ่าๆๆ หันหลังหน่อยสิ มาดาม ขอดูหน่อยว่าแผลตรงหางมันดีขึ้นบ้างมั้ย...นั่นล่ะ! Goog girl~" แขนซ้ายที่ยังเหลือร่องรอยแผลจากฝีมือมาดาม 'ตะปบ' เข้าให้อย่างจัง กำลังไล้ลูบไปตามเนื้อตัวคลุมขน

แต่พอจะชักแขนกลับ ปลายลิ้นสากระคายเลยตวัดเลียผ่านริ้วแผลลึกยาว พลางดุนจมูกเข้ากับฝ่ามือที่ขยับเข้าเล่นด้วย แม้ไม่มีรอยยิ้มเหมือนมนุษย์ ทว่า แววตาทอดละมุนของนางเสือสาวกลับเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากหนุ่มฮิพหัวแดงให้ดังขึ้น...

"ขี้อ้อนแบบนี้ เดี๋ยวไม่ปล่อยมาดามให้คนอื่นพาไปเลี้ยงต่อนะ...หื้มมม? ไม่อยากไปเหมือนกันเหรอ แน่ใจ? หึๆๆ" ใครจะหาว่าบ้าก็ช่าง! แต่สำหรับคยอบูกีแล้ว การพูดคุยกับเหล่าสรรพสัตว์ มันทั้งสนุกและน่าสบายใจมากกว่ายามต้องสนทนากับสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกันซะอีก!!

คน หลายครั้งชอบทำตัวซับซ้อนเกินไป ปากบอกว่าใช่ หาก ในใจอาจซ่อนความนัยไว้อีกเป็นพันล้าน

ที่สำคัญ เมื่อไหร่ที่สามารถทำให้พวกสัตว์ยอมรับ ไว้ใจ ก็ยากเหลือเกินที่พวกมันจะหันกลับมา 'แว้งกัด' ซึ่งไม่เหมือนเหล่ามนุษย์สุดประเสิรฐทั้งหลาย

แม้จะป่าวประกาศไปแล้วว่าเป็น 'พวกเดียวกัน' แต่เห็นไอ้ 'พวกเดียวกัน' นั่นล่ะ สุดท้ายกลับเป็นฝ่าย 'แทงข้างหลัง' ได้อย่างเลือดเย็น

"พี่~ พี่~ มี 'ลูกค้า' ติดต่อมาจ้าาาา~" เสียงใสๆ ของ 'น้องชาย' เพียงคนเดียว ร้องเรียกมาจากชั้นล่าง ให้ชายหนุ่มหัวแดงที่ยังไม่ทันได้ตรวจอาการสองพี่น้องปิรันย่า ต้องถอดหูฟังข้างหนึ่งออกพาดบ่า พลางเร่งฝีเท้าก้าวลงไปหา...

"มาแล้ว ซาซึมอา~ ไหน? ลูกค้าของพี่?" ถามพลางเดินไปยืนซ้อนหลังร่างสูงต่างกันไม่เท่าไหร่ พลางกดคางพิงอิงบ่าขาว ตาคู่คมมองภาพในจอแล็ปท้อปซึ่งน้องชายกำลังใช้ชิ้นส่วนหนึ่งของตุ๊กตาผ้า 'จิ้ม' ลง...

"...Fcuk you! Son of the Bihct!" เสียงสบถหยาบคายหลังจากนั้นแปรเป็นภาษาเกาหลียาวพรืดราวร้องแร๊พ ต่างเพียงดวงตาต่างสีอันโหมประกายอำมหิต บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่หลงเหลืออารมณ์ 'ล้อเล่น' แม้เพียงนิด กระทั่ง มีดผ่าตัดในมือถูกเหวี่ยงปัก...ฉึก! ข้างผนัง แล้วร่วงลงมากระทบพื้นเสียงดัง...แกร๊ง!!

ร่างแกร่งสั่นเทิ้มด้วยแรงโกรธเกินระงับ ภาพบาดแผลเหวอะหวะอาบเลือดยังรุมเร้าอยู่ในสมอง แม้ภาพที่เห็นจะไร้เสียงประกอบ หาก จินตนาการได้เสริมเติมถ้อยโหยหวนของเหล่าสรรพสัตว์ ให้เลือดในกายยิ่งเดือดพล่าน...

รู้สึกตัวอีกที เป้ผ้าเนื้อหนาลวดลายฉูดฉาด บาดตา อันบรรจุด้วยข้าวของ 'จำเป็น' เลยถูกสะพายข้างบ่า พร้อมฝีก้าวเร่งร้อนจนแทบเป็นวิ่งตะบึง ถ้า...ไม่ติดตรงมือเล็กๆ ของคนเป็นน้องเข้ามาแตะรั้งข้อแขนแกร่งไว้ซะก่อน "พี่~ เดี๋ยวสิ ยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย ซาซึมช่วยนะจ๊ะ~"

พร้อมเสียงฮัมเพลงอ่อนหวาน เสื้อฮู้ดสีแดงเข้มกับหน้ากากแบบเต็มหน้าลวดลายดุดัน น่าเกรงขาม จึงถูกสวมคลุมให้เพื่อปิดบังตัวตนอันกราดเกรี้ยว เชี่ยวกรากด้วยเพลิงอำมหิต ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหยิบเอาหน้ากากแฟนซีลวดลายหรูหรา งดงาม วางทับลงบนใบหน้าของตนบ้าง แล้วออกเดินตามหลังพี่ชายไปด้วยท่าทีสบายอก สบายใจ~
 
(รูปประกอบหน้ากากของคยอบูกี กับ ซาซึม...ค่ะ รูปแรกมีเครดิตอยู่ที่รูปแล้ว รูปที่สองเครดิตจากเว้ป http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=takaw&month=03-02-2008&group=14&gblog=1 ขอบคุณค่ะ)
 
 
[ หลายชั่วโมงต่อมา นอกเมือง VD ไม่ไกลนัก / ร้านของพ่อค้าสัตว์ป่ารายหนึ่ง ]

ร่างโปร่งในชุดราตรีชายแบบยุโรปสมัยเก่า เข้ากันกับหน้ากากแฟนซีหรูหรา กำลังนั่งฮัมเพลงอยู่บนเก้าอี้โซฟากลางห้องนั่งเล่น พลางแกะสลักเสลาตุ๊กตาไม้เนื้ออ่อนด้วยอุปกรณ์คมกริบอย่างคล่องแคล่ว เพลิดเพลิน กระทั่ง นาฬิกาคุกคูบนผนังเด้งออกร้องบอกเวลา เจ้าตัวจึงขยับบิดตัวคลายความเมื่อยขบ พลางเงยขึ้นมองสภาพรอบๆ ตัว...
 
ตั้งแต่หน้าบ้านมาจนถึงตรงกลางห้องนั่งเล่น ล้วนเกิดสภาพราวกับโดนพายุถล่มพัด ข้าวของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ถ้าไม่หล่นลงพังยับก็เปื้อนเปรอะด้วยรอยเท้าเหยียบย่ำ

...แต่ที่หนักกว่านั้นเห็นจะเป็นหยาดของเหลวสีแดงเข้มอันสาดกระจายไปรอบบริเวณอย่างน่าสยดสยอง!!

และจากบนชั้นสองของบ้าน ยังแว่วเสียงกรีดร้องเครือครางซึ่งค่อยแผ่วจางลงทุกที ทุกที กระทั่ง เด็กหนุ่มผู้อยู่ในชุดและหน้ากากสไตล์ยุโรปยุคโบราณ ตัดสินใจรวบอุปกรณ์ทำตุ๊กตาเก็บลงในถุงผ้าสีชมพูหวาน พลางขยับก้าวด้วยลีลาอ่อนช้อยราวนักเต้นรำตามเสียงขึ้นไป...

"อย่าเพิ่งตาย! ใจเย็นๆ เพลงยังไม่จบเลย!"

ในห้องนอนขนาดใหญ่ สองข้างผนังประดับด้วยหัวสัตว์มีเขาหลากชนิด ทุกแก้วตาอันว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวาต่างทอดตรงไปยังฉากเหตุการณ์ตรงหน้า นั่นคือร่างแกร่งสูงที่ตอนนี้ท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นผิวเนื้อค่อนข้างขาวตัดกับหยาดโลหิตสีฉาน...อันกระเซ็นซ่าน น้ำเสียงเข้มกร้าวกระซิบอย่างดุดันข้างใบหูแหว่งวิ่น ฉีกลึกจนแทบหลุดลงมาทั้งยวง อันเป็นของชายซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีศักดิ์ฐานะเทียบเท่าเจ้าสัวทั้งหลาย

หาก บัดนี้ สิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้ากลับมีเพียงซากร่างยับเยิน ชวนสยดสยอง ด้วยสองแขนอันถูกจับกางอ้า โดยมีลวดหนามคมกริบเกี่ยวร้อยผ่านเนื้อ พันธนาการเข้ากับเสาเหล็กตรงหัวเตียง แผ่นอกและหน้าท้องต่างลอกยุ่ย เกรียม พอง ด้วยการทาบทับจากแผ่นเหล็กร้อนจัดซ้ำไป ซ้ำมา ส่วนบริเวณอวัยวะเพศก็แหลกเละเพราะเพิ่งโดนเหยียบขย้ำ บดบี้ เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว...

"เป็นไง? โดนทรมานไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานที่แกเพิ่งลงไปล่าเมื่อวาน...กรรมมันติดจรวดไวดีมั้ย?" พร้อมถ้อยหยัยเย้ยเจือความสาแก่ใจ คมขวานสีดำที่ชายหนุ่ม 'บังเอิญเจอ' จากตู้เก็บสะสมอุปกรณ์ล่าสัตว์เลยถูกลากไล้ผ่านน่องขาที่ยังคงสภาพสมบูรณ์

แว่วเสียงกรีดร้องอึกอัก แผ่วหวิว ลอดรินจากปลายลิ้นด้วนกุด ดวงตาคู่เรียวเหลือกลานด้วยความสั่นผวาจนแทบบ้า ทั้งร่างกระตุกสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม ตราบจนคมขวานเหวี่ยง 'ฉับ' และ 'ฉับ' ผ่าเอาท่อนขาสองข้างขาดกระเด็น!!

"ฮ่าๆๆ แม่งคมชิบหาย! กูชักถูกใจแล้วสิ~ ขอได้มั้ย? ขวานด้าม...Shit!   ตายห่าไปแล้วรึไง ห๊ะ! กูสั่งให้มึงตายได้แล้วเรอะ!?! Fcuk you! Fcuk! Fcuk! Fcuk! Fcuk! Fcuk!!!"

พอเห็น 'เหยื่อ' กระตุกตัวหนักๆ พลางทิ้งศีรษะห้อยลงทั้งที่ตายังเหลือกค้าง ความโกรธเกรี้ยว คุมแค้น ไม่ต่างจากลาวาเดือดพล่าน เลยทำให้ชายหนุ่มสติขาดผึง! กระทั่ง ลูกธนูอันเหน็บอยู่ข้างเอว ถูกจ้วงกระหน่ำไปทั่วส่วนที่เป็นใบหน้า...ตั้งแต่ปลายคาง ริมฝีปาก แก้ม จมูก ดวงตา หว่างคิ้ว จนถึงหน้าผาก หยาดหยดคาวเข้มสาดกระเซ็นและชโลมหน้ากากลายดุดัน ให้ยิ่งสยดสยองขวัญ...ราวกับใบหน้าของปิศาจจากห้วงนรก!!

ดวงตาซึ่งข้างหนึ่งเป็นสีม่วงเข้ม อีกข้างเขียวน้ำทะเล ราวถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความบ้าคลั่ง สิ่งที่เห็นหาใช่ภาพซากร่างแหลกเละอีกต่อไป...

ยิ่งจ้วง ยิ่งแทง ยิ่งกดแขนกระหน่ำ สีแดงฉาดฉานกลับยิ่งพร่าพราย แผ่กระจายราวผืนแพรไหม

บรรยากาศเย็นยะเยือกเข้าโอบล้อมดุจดังอ้อมกอดจากมัจจุราช  แว่วเสียงกรีดสะอื้นเจือคำราม ก้องสะท้อนอยู่ในห้วงประสาท

...โดยหารู้ไม่

ว่าเสียงราวสัตว์ร้องทุรนทุราย เจียนตาย แท้จริง มันดังมาจากปากของเขาเอง!!!

[ โหมด คยอบูกีเล่าเรื่อง ]

"...แล้ว! พอแล้ว พี่จ๋า! พี่ชาย! คยอบูกี!! กลับมา...ผมบอกให้กลับมา! พี่ต้องกลับมาหาผมเดี๋ยวนี้ คยอบูกี!! พี่จ๋า...พี่ชาย พี่จ๋า..." ใคร?

คยอบูกีเป็นใคร?

เต่า?

เต่างั้นเหรอ...คยอบูกี...

เต่า?


"คยอบูกี ลูกเป็นพี่ชายคนเดียวของซาซึม พี่ชายที่ดีต้องไม่ทำให้น้องเสียใจนะจ๊ะ...รู้ไหม? คยอบูกีของแม่ เจ้าเต่าตัวน้อยๆ จงเติบโตเป็นพี่ชายที่แสนอ่อนโยน สุขุม คอยดูแล ปกป้องน้องชายด้วยความใจเย็น ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องราวหนักหนาสาหัสแค่ไหน แม่ขอให้ลูกเผชิญหน้ากับมันอย่างมั่นคง มีสติ เพราะนั่น...คือที่มาของชื่อลูก คยอบูกี เจ้าเต่าน้อยอายุยืนของแม่"


แม่...ของแม่

เต่า...คยอบูกี

พี่ชาย...พี่ของซาซึม

คยอบูกีคือเรา?

เราที่เป็นลูกแม่

เราที่เป็นพี่ชายของซาซึม

เราคือคยอบูกี...

"ขอโทษ พี่...ฮึก! ขอโทษ ซาซึมอา พี่...กลับมาแล้ว ฮึก! อย่าร้องไห้ ซาซึมอา...อย่าร้อง ฮึก!" ทั้งหน้ากากและอาวุธสังหารหลุดร่วงไปเมื่อไหร่...ผมไม่รู้

ในสายตาและการรับรู้มีเพียงร่างที่เกือบจะบางของน้องชาย กำลังซบใบหน้าเปียกน้ำตาลงข้างบ่า พลางโถมกอด เหนี่ยวรั้งตัวผมเอาไว้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด โดยไม่นึกรังเกียจ 'ความสกปรก' อันอาบชะโลมอยู่บนร่างกายนี้ และเมื่อปลายนิ้วสั่นหวิวเคลื่อนเข้าปาดเช็ดของเหลวบนใบหน้าผม ไม่ว่าจะเป็นเลือด หรือ น้ำในตา...ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองก็ปลอบน้องไป ร้องไห้ไป

...ไม่ต่างกันเลย

"พี่จ๋า ซาซึมโทรหา 'นักเก็บกวาดศพ' แล้วนะ พวกนั้นบอกว่าจะมาถึงภายใน 20 นาที เพราะงั้น พี่เข้าไปอาบน้ำให้สบายตัวเถอะ...เดี๋ยวซาซึมช่วยขัดหลังให้ด้วย ดีมั้ยจ๊ะ?" เสียงของซาซึมยังอู้อี้ ติดเครือ แต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวาน เอาใจ

มีแค่น้องเท่านั้น ชีวิตของผม...บนโลกสกปรกโสโครกใบนี้

แค่ซาซึมคนเดียว ที่รับในตัวตนดำมืด สุดอำมหิต...ด้วยรอยยิ้ม

"ซาซึม พี่ไม่เป็นอะไ